รับลงโปรแกรม Windows Xp Windows 7 Office2003 Office2007

ค่าบริการนอกสถานที่เริ่มต้นที่ 400 บาท รับลงโปรแกรม Windows Xp Windows 7 Office2003 Office2007 ดูแลเครื่องคอมพิวเตอร์ จัดออกแบบห้องคอมพิวเตอร์ ตามสำนักงาน หรือโรงงาน ดูแลระบบแลนด์ Nekwork ประจำสำนักงาน Office หอพัก อพาร์ทเม้นท์ แมนชั่น เดินสายแลนด์ ตามชั้นต่าง ๆ วางระบบในสำนักงาน และแก้ไขระบบให้ดีกว่าเดิม รวม wifi wireless งานเกี่ยวกับเว็ปไซค์ ดูแลและอัพเดตเว็ป จดทะเบียนโดเมนเนม การอัพโหลดข้อมูลขึ้น Internet TEL. 083 - 792 - 5426

รับจัดทำเว็บไซด์

บริการโปรโมทเว็บไซต์ ด้วย SEO ขั้นตอนการทำ SEO รับข้อมูลของลูกค้า นำมาวิเคราะห์เพื่อหา keyword และวิเคราะห์คู่แข่ง ใช้เวลา 1-2 วัน ปรับปรุงโครงสร้างภายในของเว็บไซต์เพื่อให้ได้ผลดีต่อการ ทำ SEO ใน keyword นั้นๆ ใช้เวลา 7 วัน สร้างลิ้งค์จากภายนอกของเว็บไซต์เพื่อให้ได้ผลดีต่ออันดับ ใช้เวลา 1-3 เดือน ติดตามผล และรายงานลูกค้าเป็นระยะจนได้อันดับตามที่ตกลง ดูแลรักษาอันดับต่ออีก จนครบกำหนด 1 ปี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่ม

Network

www.becomz.com ให้บริการติดตั้งวางระบบเครือข่ายแลน LAN, WAN, Network อะไรบ้าง รับออกแบบติดตั้งวางระบบเครือข่ายแลน LAN, WAN, Network อย่างง่ายตามงบประมาณที่ท่านมีอยู่ เพื่อให้เกิดประสิทธิ์ภาพสูงสุด ทั้งระบบเครือข่าย LAN, WAN, Network แบบเดินสาย (Wire LAN) และแลนไร้สาย (Wireless LAN) รับออกแบบติดตั้งวางระบบเครือข่ายแลน LAN, WAN, Network แบบเต็มรูปแบบทั้งภายในและภายนอกอาคาร ทั้งเป็นการเดินสายภายในอาคารด้วยสาย UTP CAT5, CAT5e, CAT6 ที่จะรองรับเครือข่ายแบบ Giga Bps และสาย Fiber optic เพื่อเชื่อมระหว่างอาคาร พร้อมอุปกรณ์ Bridge เพื่อเพิ่มระยะการใช้งานของระบบเครือข่ายให้กว้างไกลมากขึ้น รับปรับปรุง เครือข่ายที่มีอยู่เดิม จัดเก็บสาย LAN ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย โดยใช้ RACK 19” และ Patch Panel เพื่อทำให้ง่ายและสะดวกในการทำ Maintenance ระบบเครือข่ายต่อไป รับ Upgrade ระบบเครือข่ายแลน LAN, WAN, จากระบบ 10/100 Mbps เป็นระบบ Gbps โดยการจัดเปลี่ยนอุปกรณ์เครือข่าย Switch Router และอุปกรณ์ เครือข่ายที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เพื่อให้ระบบทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น รับปรึกษาดูแล แก้ไข บำรุงรักษา ระบบเครือข่ายของท่านเป็นสัญญารายปี จัดหาอุปกรณ์ Access Point, Wireless, Switch, Manage Switch, ADSL Router, Firewall, Print Server ตั้งแต่สำนักงานขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ทั้งภายในและภายนอกอาคาร

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ รามคำแหง

วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2555

การติดตั้ง OS ticket บน Ubuntu Server


การติดตั้ง  OS ticket ในกับ Ubuntu Server
ก่อนการติดตั้ง OS Tick et เราจะต้องทำการ Download OS Ticket ก่อน Download มาเสร็จแล้วทำการUpload ไปไว้ที่ Server ได้เลยผ่านทาง FileZilla แต่ก่อนทำการ Upload ขึ้นไปต้องทำการ สร้าง Folderและเปลี่ยนสิทธิ์ก่อนโดยใช้คำสั่ง
Mkdir /var/www/osticket
Chmod 777 /var/www/osticket

หน้าต่างนี้คือการ Upload File OSticket เรียบร้อยแล้ว


ขั้นตอนต่อมาให้เราแก้ไขไฟล์ที่อยู่ใน osticket ใน Folder  upload/include/ost-config.sample.php ให้แก้เป็น
ost-config.php
แล้วทำการแก้ไขสิทธิ์ให้กับไฟล์ ost-config.php โดยใช้คำสั่ง
Chmod 777 /var/www/osticket/upload/include/ost-config.php
 แล้วให้เราทำการเข้าไปที่หน้า webbrowser แล้วทำการพิมพ์ URL : 192.168.242.128/osticket/upload/แล้วกด Enter


หน้าต่างนี้เป็นการกรอกข้อมูลของระบบ

HelpDesk Titli: ป้อนข้อมูลเพื่อจะทำการนำไปแสดงที่ Title ของ Browser
Default Email: ป้อนอีเมล์ที่ใช้ในการติดต่อกับลูกค้า
Username: ป้อนUsername ของผู้ดูแลระบบ
Password: ป้อน Password ของผู้ดูแลระบบ
Password (again): ป้อน Password ยืนยันอีกครั้ง
MySQL Table Prefix: ป้อนชื่อคำนำหน้าตาราง
MySQL Hostname: ป้อนชื่อโฮสต์ที่เก็บฐานข้อมูลไว้
MySQL Username: ป้อนชื่อฐานข้อมูล
MySQL Password: ป้อนรหัสผ่านของฐานข้อมูล



หลังจากกรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้วทำการคลิ๊ก Install


คลิ๊กเลือกที่ Admin Panal


ป้อนชื่อผู้ใช้งานระบบและรหัสผ่านแล้วคลิก Login


การติดตั้ง CACTI บน Ubuntu Server 10.04 LTS


การติดตั้ง CACTI บน Ubuntu Server 10.04 LTS


ใช้คำสั่ง
Apt-get install cacti

พิมพ์ Y แล้วกด Enter หน้าต่างการติดตั้ง cacti

หน้านี้ไม่ต้องสนใจระบบจะแจ้งเกี่ยวกับ php

ตอบ Yes เพื่อการ Configuring cacti

ใส่ Password database

แล้วกด Enter

ใส่ Password Mysql ของ cacti

ทำการยืนยัน Password อีกครั้งแล้วกด Enter

เลือก Apache แล้วกด Ok แล้วกด Enter

การติดตั้ง CACTI ต่อไปให้เข้าไปที่ Browser บนเครื่อง Client Windows แล้วใส่ URL = 192.168.242.128/cacti

แล้วเลือก Next>>

เลือก New Install แล้วคลิ๊กเลือก Next ต่อไป

หน้าต่างนี้ให้ตรวจสอบว่า Ok ทั้งหมดหรือไม่ ถ้าเรียบร้อยแล้วให้คลิ๊กเลือก Finish ได้เลย

ให้ทดสอบการ Login เข้าไปใช้งาน Username : admin และ Password : admin

หน้าต่อมาให้เราทำการเปลี่ยน Password  ของ CACTI


หน้าการติดตั้ง CACTI ก็เรียบร้อยแล้วถ้าเราต้องการจะดูกราฟให้รอประมาณ 10 นาที

ขั้นตอนการติดตั้ง Joomla 1.5.x ใน Server Ubuntu


ขั้นตอนการติดตั้ง Joomla 1.5.x ใน Server สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ Download Joomla คลิ๊กเลย

เปิดโปรแกรม FileZilla ขึ้นมาแล้วทำการ Login แล้ว Upload  File Joomla ไปไว้ที่ /var/www/joomla
แต่ขั้นตอนนี้เราต้องทำการแก้ไขสิทธิ์ให้กับ Folder Joomla ก่อนถ้าไม่ทำการแก้ไขสิทธิ์จะไม่สามารถทำการ Update Load ข้อมูลได้ โดยใช้คำสั่ง 

Mkdir /var/www/joomla

ต่อมาทำการแก้ไขสิทธิ๋ด้วยการใช้คำสั่ง

Chmod 777 /var/www/joomla/

การ Upload ผ่านโปรแกรม FileZilla


ทดสอบการติดตั้ง Joomla โดยเข้าที่ Browser บนเครื่องของ Client ที่เป็น Windows URL 192.168.242.128/joomla


เลือกภาษาที่จะทำการติดตั้งในที่นี้ผมเลือกการติดตั้งภาษาไทย แล้วคลิ๊ก ถัดไป


หน้าต่างตรวจสอบก่อนการติดตั้งคลิ๊กเลือก ถัดไป


หน้าต่างลิขสิทธิ์ของ Joomla เลือก ถัดไป ก่อนจะไปหน้าต่างต่อไปเราจะต้องทำการสร้าง Databaseให้กับ Joomla ของเราก่อนโดยเข้าไปที่ 192.168.242.128/phpmyadmin แล้วกด Enter


ทำการ Login ให้เรียบร้อยแล้วทำการสร้าง Database ผมได้สร้าง Database ชื่อ Joomla


แล้วคลิ๊กเลือกสร้างเราจะได้ Database Joomla มาแค่นี้ก็สร้าง Database Joomla เรียบร้อยแล้ว


ต่อมาเราเอาชื่อ Data ไปใส่ใน Joomla


แล้วเลือกถัดไป


ผมไม่ได้เลือกอะไรมันเลือก No มาแล้วก็คลิ๊ก ถัดไป


แล้วเลือกถัดไป


ขั้นตอนต่อมาบอกให้เราเปลี่ยนไฟล์เป็นชื่ออื่นหรือจะลบไปเลยก็ได้ในที่นี้ผมทำการเปลี่ยนชื่อเพื่อให้สามารถเข้ามาแก้ไขภายหลังได้ เข้าไปแก้ไขที่ Filezilla โดยเข้าไปที่ Folder ที่เราทำการ Uploadขึ้นไป



แล้วลองเข้าไปที่หน้าเว็บอีกครั้งถ้าได้แบบนี้การติดตั้ง Joomla ก็เรียบร้อยแล้ว

การติดตั้ง VsFTP + SSL บน Ubuntu Server 10.04


การติดตั้ง VsFTP + SSL บน Ubuntu Server 10.04
ขั้นตอนแรกต้องทำการ Login เข้าสู่ระบบให้เรียบร้อยก่อนใครที่ยังไม่ได้ทำการ Update ก็ให้ทำการUpdate ก่อน โดยใช้คำสั่ง apt-get update เมื่อเรียบร้อยแล้วก็ทำการติดตั้ง VsFtpd กันเลยครับ ด้วยการใช้คำสั่ง
apt-get  install vsftpd

เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วก็ทำการกด Enter  ระบบจะถามให้เราพิมพ์ Y แล้วกด Enter
เท่านี้การติดตั้งก็เรียบร้อย ต่อไปเราจะทำการทดสอบ port การทำงานของ VsFTP โดยการใช้คำสั่ง
Netstat –tan
ถ้ามีการแสดงการทำงานของ port 21 แสดงว่า FTP ของเราทำงานแล้ว
ต่อมาเป็นการตั้งค่าให้ FTP ของเราใช้งานได้แบบระบุตัวตนของผู้ใช้งาน โดยการเข้าไปแก้ไขไฟล์vsftpd.conf โดยใช้คำสั่ง
nano /ets/vsftpd.conf
ให้ทำการแก้ไขไฟล์ vsftpd.conf ตามนี้เพื่อเป็นการใช้งานแบบระบุตัวตนของผู้ใช้งาน
Anonymous_enable = no
Local_enable = YES
Write_enable = YES
Chroot_local_user = YES



บรรทัดนี้จะมีเครื่องหมาย # ปิดหน้าอยู่ให้ทำการลบออกได้เลย
บรรทัดนี้ก็เหมือนกันกับข้างบนจะต้องทำการเอาเครื่องหมาย # ออก เมื่อเสร็จแล้วทำการบันทึก โดยการกด Ctrl+O เพื่อทำการบันทึก แล้วจึงกด Ctrl+X เพื่อทำการออกจากการแก้ไขข้อความ
จากนั้นทำการสังให้ VsFTP ทำการรีสตาร์ท โดยการใช้คำสั่ง
/etc/init.d/vsftpd restart

ที่นี้มาทำการสร้าง User ที่ใช้ใน FTP แบบระบุตัวตนกัน โดยการใช้คำสั่ง


Useradd test             //  เป็นการสร้าง User ชื่อ test

เมื่อทำการสร้าง User เรียบร้อยแล้วต่อมามาตั้ง Password ให้กับ User ที่เราสร้างขึ้นมา โดยการใช้คำสั่ง
Passwd test

ทำการใส่ Password แล้วก็ทำการยืนยันให้เรียบร้อย ต่อมาให้ทำการ restart vsftp
/etc/init.d/vsftpd restart

ขั้นตอนต่อไปเป็นการทดสอบการทำงาน FTP ผ่านเครื่อง Client บนเครื่อง Windowd
ใช้โปรแกรม FileZilla บนเครื่อง Windows โดยการใช้ IP Address ของเครื่อง Server Ubuntu
ตอนแรกเราต้องตรวจสอบว่าเครื่อง Server Ubuntu ของเราได้ใช้ IP Address อะไร โดยการใช้คำสั่ง
Ifconfig
หมายเลข IPAddress เครื่อง Server คือ 192.168.242.128 เปิดโปรแกรม FileZilla ขึ้นมาแล้วทำการกรอก IP Address แล้ว Username และ Password

มาถึงการติดตั้ง SSL ให้กับ FTP
ในกรณีที่ต้องการใช้ Certificate และ Key เดิมโดยเข้าไปแก้ไขที่ไฟล์ vsftpd.conf โดยใช้คำสั่ง
nano /etc/vsftpd.conf

ให้ทำการเพิ่มหรือแก้ไขข้อความต่อไปนี้
ssl_enable = YES
force_local_login_ssl = YES
force_local_data_ssl = YES
ssl_tlsv1 = YES
ssl_sslv2 = YES
ssl-sslv3 = YES

เมื่อทำการเพิ่มเรียบร้อยแล้วให้ทำการบันทึกแล้วก็ออกจากการแก้ไข แก้ไขไฟล์ข้อมูลเสร็จแล้ว ให้ทำการ Restart Vsftp ด้วยคำสั่ง
/etc/init.d/vsftpd   restart

ทำการทดสอบการทำงานด้วยการเข้าไปทดสอบที่หน้าเครื่อง Client Windows แล้วทดสอบ username password และ port 22

เท่านี้การติดตั้ง FTP และการติดตั้ง SSL ให้กับ FTP ก็เรียบร้อยแล้วต่อไปเป็นการทดสอบการทำงานของ FTP โดยการ Upload File Joomla Joomla 1.5.x, CACTI,  OS ticket