รับลงโปรแกรม Windows Xp Windows 7 Office2003 Office2007

ค่าบริการนอกสถานที่เริ่มต้นที่ 400 บาท รับลงโปรแกรม Windows Xp Windows 7 Office2003 Office2007 ดูแลเครื่องคอมพิวเตอร์ จัดออกแบบห้องคอมพิวเตอร์ ตามสำนักงาน หรือโรงงาน ดูแลระบบแลนด์ Nekwork ประจำสำนักงาน Office หอพัก อพาร์ทเม้นท์ แมนชั่น เดินสายแลนด์ ตามชั้นต่าง ๆ วางระบบในสำนักงาน และแก้ไขระบบให้ดีกว่าเดิม รวม wifi wireless งานเกี่ยวกับเว็ปไซค์ ดูแลและอัพเดตเว็ป จดทะเบียนโดเมนเนม การอัพโหลดข้อมูลขึ้น Internet TEL. 083 - 792 - 5426

รับจัดทำเว็บไซด์

บริการโปรโมทเว็บไซต์ ด้วย SEO ขั้นตอนการทำ SEO รับข้อมูลของลูกค้า นำมาวิเคราะห์เพื่อหา keyword และวิเคราะห์คู่แข่ง ใช้เวลา 1-2 วัน ปรับปรุงโครงสร้างภายในของเว็บไซต์เพื่อให้ได้ผลดีต่อการ ทำ SEO ใน keyword นั้นๆ ใช้เวลา 7 วัน สร้างลิ้งค์จากภายนอกของเว็บไซต์เพื่อให้ได้ผลดีต่ออันดับ ใช้เวลา 1-3 เดือน ติดตามผล และรายงานลูกค้าเป็นระยะจนได้อันดับตามที่ตกลง ดูแลรักษาอันดับต่ออีก จนครบกำหนด 1 ปี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่ม

Network

www.becomz.com ให้บริการติดตั้งวางระบบเครือข่ายแลน LAN, WAN, Network อะไรบ้าง รับออกแบบติดตั้งวางระบบเครือข่ายแลน LAN, WAN, Network อย่างง่ายตามงบประมาณที่ท่านมีอยู่ เพื่อให้เกิดประสิทธิ์ภาพสูงสุด ทั้งระบบเครือข่าย LAN, WAN, Network แบบเดินสาย (Wire LAN) และแลนไร้สาย (Wireless LAN) รับออกแบบติดตั้งวางระบบเครือข่ายแลน LAN, WAN, Network แบบเต็มรูปแบบทั้งภายในและภายนอกอาคาร ทั้งเป็นการเดินสายภายในอาคารด้วยสาย UTP CAT5, CAT5e, CAT6 ที่จะรองรับเครือข่ายแบบ Giga Bps และสาย Fiber optic เพื่อเชื่อมระหว่างอาคาร พร้อมอุปกรณ์ Bridge เพื่อเพิ่มระยะการใช้งานของระบบเครือข่ายให้กว้างไกลมากขึ้น รับปรับปรุง เครือข่ายที่มีอยู่เดิม จัดเก็บสาย LAN ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย โดยใช้ RACK 19” และ Patch Panel เพื่อทำให้ง่ายและสะดวกในการทำ Maintenance ระบบเครือข่ายต่อไป รับ Upgrade ระบบเครือข่ายแลน LAN, WAN, จากระบบ 10/100 Mbps เป็นระบบ Gbps โดยการจัดเปลี่ยนอุปกรณ์เครือข่าย Switch Router และอุปกรณ์ เครือข่ายที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เพื่อให้ระบบทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น รับปรึกษาดูแล แก้ไข บำรุงรักษา ระบบเครือข่ายของท่านเป็นสัญญารายปี จัดหาอุปกรณ์ Access Point, Wireless, Switch, Manage Switch, ADSL Router, Firewall, Print Server ตั้งแต่สำนักงานขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ทั้งภายในและภายนอกอาคาร

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ บางกะปิ รามคำแหง

วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2555

สอนวิธีการแชร์ไฟล์ระหว่าง Windows 8 กับ Windows 7 แบบละเอียดที่สุด


สอนวิธีการแชร์ไฟล์ระหว่าง Windows 8 กับ Windows 7

windows-8-logo_1

หลายคนที่ใช้ Windows 7 กับ Windows 8 จะมีปัญหาการ Setup ในการแชร์ข้อมูลกันภายในวงแลน ปัญหาคือ Setup ไม่เป็นนั้นเองหรือว่าSetup แล้วปรากฎว่า Accessไม่ได้ แต่วันนี้ผมจะบอกวิธีการ Setup เป็นทีละ Step by Step รับรองว่าคุณสามารถทำเป็นเองได้แน่ๆ ครับง่ายๆครับยิ่งกว่าปลอกกล้วยเข้าปากเสียอีก ผมรู้ว่าคุณกำลังประสบกับปัญหาแชร์ไฟล์บน windows 8 กับ Windows 7 ไม่ได้เนื่องจากเป็นมือใหม่หัดใช้ windows 7และ Windows 8 หรือว่าทำแล้วยังไงก็ทำไม่ได้สักทีเลยต้องมาทำการ Search ใน Google แต่วันนี้เมื่อคุณได้ทำการอ่านบทความนี้เสร็จคุณก็สามารถเป็นมือโปรทันเลยของ windows 8 และ Windows 7 โดยหลักการShare File ของ Windows 7 และ Windows 8 นั้นก็จะคล้ายๆกันแหละครับ ถ้าใครเคยแชร์ไฟล์ได้ในWindows 7ได้ สำหรับ Windows 8 นั้นก็หมูๆเลยนะ
ซึ่งผมเคยเขียนบทความแชร์ไฟล์ไปบางส่วนไปแล้วครับ ตามบทความด้านล่าง
งั้นเรามาเริ่มลุยการแชร์ไฟล์กันเลยดีกว่าครับ

สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมก่อนการแชร์ไฟล์ระหว่าง Windows 8 กับ Windows 7 และสิ่งที่ต้องรู้

1. คอมพิวเตอร์ที่ลง Windows 7
2. คอมพิวเตอร์ที่ลง Windows 8
3. ต้องรู้ IP ของทั้ง Windows 7 และ Windows 8 ก่อนด้วยนะคับ วิธีการดูก็เปิด command ขึ้นมา จากนั้นพิมพ์ไป ipconfig จากนั้นเราก็จะเห็น IP Address
บทความที่ผมเีขียนการแชร์ไฟล์ระหว่าง Windows 8 กับ Windows 7 นี้เหมาะสมสำหรับคอมพิวเตอร์ที่เอาไว้แชร์ไฟล์สำหรับที่บ้านนะครับ ไม่เหมาะต่อการมา Setup ใช้ที่บริษัท เพราะถ้าจะเอามาใช้ในบริษัทผมแนะนำให้ทำ File Share และ Authentication ผ่าน Active Directory ดีกว่าครับ
ทั้งใน Windows 7 และ Windows 8 นั้น ทาง Microsoft ได้ออกรูปแบบการแชร์ไฟล์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประมาณว่า Security สูงมากๆ ทำให้บางคนทำการแชร์ไฟล์และดึงไฟล์จากอีกเครื่องหนึ่งเลยไมไ่ด้เลยทีเดียว หุหุ
Diagram ของผมที่จะแชร์ไฟล์นะครับ
จาก Lab ผมที่จำลองขึ้นมาให้ดูนะครับ
Windows 7 ใช้ IP : 192.168.137.1
Windows 8 ใช้ IP : 192.168.137.129
IP Address ของแต่ละบ้านก็ไม่เหมือนกันนะครับ โปรดตรวจสอบก่อนการทำในครั้งนี้

Windows7-Windows8


STEP By STEP สอนวิธีการแชร์ไฟล์ระหว่าง Windows 8 กับ Windows 7 ละเอียดที่สุด

1. ทำบน Windows 8 : ให้เราทำการเปิด command (cmd) ขึ้นมา จากนั้น
Ping ไปยัง  IP Windows 7
เช่น ตามรูป ping 192.168.137.1  ผลปรากฎว่าไม่สามารถ Ping ไปได้ครับ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะติด Filewall บน Windows 7 นั้นเอง
Share-File-Windows8-Windows7-1
2. ทำบน Windows 7 : ให้เราทำการเปิด command (cmd) ขึ้นมา จากนั้น
Ping ไปยัง  IP Windows 8
เช่น ตามรูป ping 192.168.137.129  ผลปรากฎว่าไม่สามารถ Ping ไปได้ครับ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะติด Filewall บน Windows 8 นั้นเอง
Share-File-Windows8-Windows7-2
3. ทำบนเครื่อง Windows 7 :
จากนั้นให้เราไปที่ Control Panel > Windows Firewall > Alllow a program or feature through Windowss Firewall
Share-File-Windows8-Windows7-3

4. จากนั้นให้เราทำการติ๊กถูกด้านหน้า File and Printer Sharing และติ๊กถูกในบรรทัดนี้ให้หมด และทำการกด OK
Share-File-Windows8-Windows7-4
5. ทำบน Windows 8 : ต่อจากนั้นกลับไปที่ Windows 8 และทำการ Ping ไปยัง IP Windows 7 อีกครั้ง
ก็จะปรากฎว่าสามารถ Ping ได้แล้วครับ
Share-File-Windows8-Windows7-5

6. ทำบนเครื่อง Windows 8 :
จากนั้นให้เราไปที่ Control Panel > Windows Firewall > Alllow a program or feature through Windowss Firewall
Share-File-Windows8-Windows7-6
7. จากนั้นให้เราทำการติ๊กถูกด้านหน้า File and Printer Sharing และติ๊กถูกในบรรทัดนี้ให้หมด และทำการกด OK
ถ้าขึ้นตัวเทา ให้กด Change Settings ก่อนนะครับ
Share-File-Windows8-Windows7-7

Share-File-Windows8-Windows7-8
8. ทำบน Windows 7 : ต่อจากนั้นกลับไปที่ Windows 7 และทำการ Ping ไปยัง IP Windows 8 อีกครั้ง
ก็จะปรากฎว่าสามารถ Ping ได้แล้วครับ
Share-File-Windows8-Windows7-9

ขั้นตอนที่ 1-8 นั้น เป็นการ Allow Windows Firewall เพื่อเปิดการใช้งานของการแชร์ไฟล์นั้นเอง  ในขั้นตอนต่อไปจะเริ่มเป็นการSetup แชร์ไฟล์ระหว่าง Windows 7 กับ Windows 8 แบบว่า ข้อมูลแน่นมากๆที่สุดในประเทศไทยกันลยทีเดียว
9. ทำบนคอมพิวเตอร์ Windows 8
ทำการสร้าง Folder ขึ้นมา เช่น Windows8-itithai.com
Share-File-Windows8-Windows7-10

10. จากนั้นทำการคลิกขวาที่ Folder ที่เราจะแชร์ > Sharing > จากนั้นกด Share
Share-File-Windows8-Windows7-11
11. ให้พิมพ์ everyone ลงไปจากนั้นกด Add
Share-File-Windows8-Windows7-12
12. หลังจากที่ Add ลงมาแล้ว  > ให้เปลี่ยนเป็น ReadWrite จากนั้นกด Share
Share-File-Windows8-Windows7-13

13. จากนั้นเราจะได้  Folder ที่เราแชร์แล้วครับ > Done
ITITHAI-A นั้นเป็นชื่อเครื่อง
Windows8-itithai.com นั้นเป็นชื่อ Folder ที่ผมแชร์นั้นเอง
Share-File-Windows8-Windows7-14

Share-File-Windows8-Windows7-15

14. ลองตรวจสอบก็ได้ครับว่าเราแชร์จริงได้เปล่า
โดยการเปิด command (cmd) ขึ้นมา จากนั้นพิมพ์ net share และ Enter
จากนั้นเราจะเห็น Folder ที่เราทำการแชร์นั้นเอง
Share-File-Windows8-Windows7-16

15. จากนั้นให้ไปที่ Control Panel > เลือก Network and Sharing Center
Share-File-Windows8-Windows7-17
16. ต่อจากนั้นให้เลือก Change advance sharing settings
Share-File-Windows8-Windows7-18

17. จากนั้นให้เราเลือก Guest or Public (Current profile)
และเลือกตามลูกศรที่ผมชี้เอาไว้
Share-File-Windows8-Windows7-19
18. จากนั้นให้เลือก All Networks ต่อ > จากนั้นเลือกตามลูกศรที่ผมชี้เอาไว้

เมื่อเลือกเสร็จทั้งหมดให้กด Save Changes
Share-File-Windows8-Windows7-20

19. ขั้นตอนนี้เราสลับมาที่ Windows 7
จากนั้นให้เราเปิด Run ขึ้นมา จากนั้นพิมพ์  \\IP Windows8\Folder ที่เราแชร์ ดูในข้อ 13
Share-File-Windows8-Windows7-21

20. จากนั้นเราก็สามารถเปิด Folder ที่แชร์มาจาก Windows 8 ได้แล้วครับ
Share-File-Windows8-Windows7-22

21. ขั้นตอนนี้ ให้ทำบน Windows 7 เพราะเป็นการแชร์ไฟล์บน Windows 7
ผมสร้าง Folder ที่แชร์ตามภาพนะครับ
Share-File-Windows8-Windows7-25

22. จากนั้นคลิกขวา Folder ที่เราต้องการแชร์ > Shareing > กด Share
Share-File-Windows8-Windows7-26

23. จากนั้นกด everyone และกด add
Share-File-Windows8-Windows7-27

จากนั้นเปลี่ยน Everyone ให้เป็น Read / write และ กด Share
Share-File-Windows8-Windows7-28

24. จากนั้นเราก็จะได้ folder ที่เราแชร์บน Windows 7 เรียบร้อยครับ
Share-File-Windows8-Windows7-29

25. จากนั้นให้ไปทำในขั้นตอนที่ 8-10 ใน ลิงค์นี้ครับ>> สอนการแชร์ไฟล์ Windows 7
เมื่อทำ 8-10 เสร็จ ให้กลับมาทำขั้นตอนที่ 26 ต่อนะครับ

26. ขั้นตอนนี้ให้ไปที่ Windows 8
ให้ทำการเปิด run ขึ้นมา > จากนั้นพิมพ์  \\192.168.137.1\Folder ที่เราแชร์
\\IP Windows7\Folder ที่เราแชร์บน Windows 7
Share-File-Windows8-Windows7-33

27. จากนั้นเราก็สามารถเปิด Folder Windows 7 ได้แล้วครับบน Windows 8
Share-File-Windows8-Windows7-34

เป็นไงกันมั้งครับ ลองทำตามวิธีที่ผมได้เขียนเอาไว้สำหรับการแชร์ไฟล์Windows 7และ Windows 8 ผมคิดว่าทุกคนน่าจะแชร์ไฟล์บน Windows 7-Windows 8 ของเราได้กันหมดแล้วนะครับ เพราะบทความนี้ผมเขียนไว้ละเอียดมากสำหรับมือใหม่กับ Windows 7และ Windows 8 เมื่อคุณทำเสร็จแล้วคุณก็จะรู้ว่าการแชร์ไฟล์ของ Windows 7- Windows 8 นั้นไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยครับ เพียงแต่ทาง Windows 7และ Windows 8 นั้นได้ออกแบบว่าเพื่อ Security ที่สูงขึ้น

ถ้าคุณทำแล้วยังไม่สามารถเปิดแชร์ได้ ให้ลองตรวจสอบที่ Antivirus ดูครับว่าได้ทำการ Block ไว้อยู่หรือเปล่าในส่วนนี้ แต่ผมว่าถ้าคุณทำแค่นี้ คุณก็สามารถแชร์ไฟล์บน windows 7-Windows 8 ได้แล้วละครับ

วิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์

..สมัยโบราณมนุษย์รู้จักการนับด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น นับเศษไม้ ก้อนหิน ลูกปัด การใช้นิ้วมือ การขีดเป็นรอย ชาวจีนคิดประดิษฐ์เครื่องมือนับเรียกว่า “ลูกคิด” (Abacus) โดยได้แนวคิดจากการเอาลูกปัดร้อยเก็บเป็นพวงในสมัยโบราณ จึงนับได้ว่าลูกคิดเป็นเครื่องมือนับที่มนุษย์คิดขึ้นเป็นสิ่งแรกของโลกเมื่อประมาณ 500 ปีก่อนคริสต์ศักราช และยังคงเป็นที่นิยมใช้กันอยู่จนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฝึกคิดคำนวณของเด็ก ๆ ที่ฉลาด ครูได้นำเอาลูกคิดมาใช้ช่วยในการฝึกคิดให้กับเด็กและได้ผลดีเป็นอย่างยิ่ง

ลูกคิด
ความพยายามที่จะผลิตเครื่องมือนับเพื่อช่วยผ่อนแรงสมองที่จะต้องคิดคำนวณจำนวนเลขต่าง ๆ มีอยู่ตลอดเวลา จากเครื่องที่ใช้มือ มาใช้เครื่องจักร ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน ซึ่งมีวิวัฒนาการตามลำดับดังนี้
......ค.ศ. 1617 : จอห์น เนเปียร์ (John Nepier) ชาวสก็อต ประดิษฐ์เครื่องคิดเลข “เนเปียร์ส โบนส์” (Nepier’s Bones)
......ค.ศ. 1632 : วิลเลี่ยม ออตเทรด (William Oughtred) ประดิษฐ์ไม้บรรทัดคำนวณ (Slide Rules) เพื่อใช้ในทางดาราศาสตร์ ถือเป็น คอมพิวเตอร์อนาลอก เครื่องแรกของโลก
  
เบลส ปาสคาล

Adding Machine ของ ปาสคาล
......ค.ศ. 1642 : เบลส ปาสคาล (Blaise Pascal: 1623 - 1662) ชาวฝรั่งเศส ประดิษฐ์เครื่องบวกเลขแบบมีเฟืองหมุนคือมีฟันเฟือง 8 ตัว เมื่อเฟืองตัวหนึ่งนับครบ 10 เฟืองตัวติดกันทางซ้ายจะขยับไปอีกหนึ่งตำแหน่ง ซึ่งหลักการนี้เป็นรากฐานของการพัฒนาเครื่องคำนวณ และถือว่า เครื่องบวกเลข (Adding Machine) ของปาสคาลเป็น เครื่องบวกเลขเครื่องแรกของโลก

กอตฟริต ฟอน ไลบนิซ
......ค.ศ. 1673 : กอตฟริต ฟอน ไลบนิซ (Gottfried von Leibniz : 1646 - 1716) นักปรัชญาและนักคณิตศาสตร์ ชาวเยอรมัน ออกแบบเครื่องคิดเลขแบบใช้เฟืองทดเพื่อทำการคูณด้วยวิธีการบวกซ้ำ ๆ กัน ไลบนิซเป็นผู้ค้นพบจำนวนเลขฐานสอง (Binary Number) ซึ่งประกอบด้วยเลข 0 และ 1 เป็นระบบเลขที่เหมาะในการคำนวณ เครื่องคิดเลขที่ไลบนิซสร้างขึ้น เรียกว่า Leibniz Wheel สามารถ บวก ลบ คูณ หาร ได้

โจเซฟ มารี แจคการ์ด
......ค.ศ. 1804 : โจเซฟ มารี แจคการ์ด (Joseph Marie Jacquard : 1752 - 1834) ชาวฝรั่งเศส เป็นผู้คิดประดิษฐ์ Jacquard’s Loom เป็นเครื่องทอผ้าที่ควบคุมการทอผ้าลายสีต่าง ๆ ด้วยบัตรเจาะรู (Punched – card) จึงเป็นแนวคิดในการประดิษฐ์เครื่องเจาะบัตร (Punched – card machine) สำหรับเจาะบัตรที่ควบคุมการทอผ้าขึ้น และถือว่าเป็นเครื่องจักรที่ใช้โปรแกรมสั่งให้เครื่องทำงานเป็นเครื่องแรก
......ค.ศ. 1822 : ชาร์ลส์ แบบเบจ (Charles Babbage: 1792 - 1871) ศาสตราจารย์ทางคณิตศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ของอังกฤษ มีแนวความคิดสร้างเครื่องหาผลต่าง เรียกว่า Difference Engine โดยได้รับความช่วยเหลือจากราชสมาคม (Royal Astronomical Society) ของรัฐบาลอังกฤษ สร้างสำเร็จในปี ค.ศ. 1832

ชาร์ลส์ แบบเบจ
......จากนั้นในปี ค.ศ. 1833 ชาร์ลส์ แบบเบจ ได้คิดสร้างเครื่องวิเคราะห์ (Analytical Engine) ซึ่งแบ่งการทำงานออกเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนเก็บข้อมูล ส่วนควบคุม และส่วนคำนวณ โดยออกแบบให้ใช้ระบบพลังเครื่องยนต์ไอน้ำเป็นตัวหมุนเฟือง และนำบัตรเจาะรูมาใช้ในการบันทึกข้อมูล สามารถคำนวณได้โดยอัตโนมัติและเก็บผลลัพธ์ไว้ในหน่วยความจำก่อนแสดงผล ซึ่งจะเป็นบัตรเจาะรูหรือพิมพ์ออกทางกระดาษ แต่ความคิดของแบบเบจ ไม่สามารถประสบผลสำเร็จเนื่องจากเทคโนโลยีในสมัยนั้นไม่เอื้ออำนวย แบบเบจเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1871 ลูกชายของแบบเบจคือ Henry Prevost Babbage ดำเนินการสร้างต่อมาอีกหลายปีและสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1910
 
Difference
 
Analytical Engine
หลักการของแบบเบจ ถูกนำมาใช้ในการสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์สมัยใหม่จนถึงปัจจุบัน แบบเบจจึงได้รับการยกย่องให้เป็น บิดาแห่งคอมพิวเตอร์
http://www.chakkham.ac.th/technology/computer/web_files/ada20copy.jpeg
Lady Ada Augusta Lovelace
......เลดี้ เอดา ออกัสตา ลัฟเลซ (Lady Ada Augusta Lovelace) นักคณิตศาสตร์ผู้ร่วมงานของแบบเบจ เป็นผู้ที่เข้าใจในผลงานและแนวความคิดของแบบเบจ จึงได้เขียนบทความอธิบายเทคนิคของการเขียนโปรแกรม วิธีการใช้เครื่องเพื่อแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์เป็นครั้งแรก ทำให้เกิดความเข้าใจในผลงานของแบบเบจได้ดีขึ้น Ada จึงได้รับการยกย่องให้เป็น นักโปรแกรมคนแรกของโลก

......ค.ศ.1850 : ยอร์ช บูล (George Boole) นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษ ได้สร้างแนวคิดเกี่ยวกับระบบพีชคณิตแบบใหม่ เรียกว่า Boolean Algebra เพื่อใช้หาข้อเท็จจริงจากเหตุผลต่าง ๆ และแต่งตำราเรื่อง “The Laws of Thoughts” ว่าด้วยเรื่องของการใช้เครื่องหมาย AND, OR, NOT ซึ่งเป็นรากฐานทางคณิตศาสตร์ให้กับการพัฒนาทางด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เช่น สวิตช์ปิดหรือเปิด การไหลของกระแสไฟฟ้า ไหลหรือไม่ไหล ตัวเลขจำนวนบวกหรือลบ เป็นต้น โดยที่ผลลัพธ์ที่ได้จากพีชคณิตจะมีเพียง 2 สถานะคือ จริงหรือเท็จเท่านั้น ซึ่งอาจจะแทนจริงด้วย 1 และแทนเท็จด้วย 0
......ค.ศ. 1884 : ดร.เฮอร์มาน ฮอลเลอริธ (Dr.Herman Hollerith) นักสถิติชาวอเมริกัน เป็นผู้คิดประดิษฐ์บัตรเจาะรูสำหรับเก็บข้อมูล โดยได้แนวคิดจากบัตรควบคุมการทอผ้าของ Jacquard และวิธีการหนีบตั๋วรถไฟของเจ้าหน้าที่รถไฟ นำมาดัดแปลงและประดิษฐ์เป็นบัตรเก็บข้อมูลขึ้น และทำการสร้างเครื่องคำนวณไฟฟ้าที่สามารถอ่านบัตรที่เจาะได้ ทำให้สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก

......เมื่อปี ค.ศ. 1880 สำนักงานสำรวจสำมะโนประชากรสหรัฐอเมริการได้ทำการสำรวจสำมะโนประชากรโดยใช้แรงงานคนในการประมวลผล ต้องใช้เวลาถึง 7 ปีครึ่งยังไม่แล้วเสร็จ ข้อมูลที่ได้ไม่แน่นอนและไม่ค่อยถูกต้อง ต่อมา ค.ศ. 1890 สำนักงานฯ จึงได้ว่าจ้าง ฮอลเลอริธ มาทำการประมวลผลการสำรวจ ปรากฏว่าเมื่อใช้เครื่องทำตารางข้อมูล (Tabulating machine) และหีบเรียงบัตร (Sorting) ของฮอลเลอริธแล้ว ใช้เวลาในการประมวลผลลดลงถึง 3 ปี
......ค.ศ. 1896 : ฮอลเลอริธ ได้ตั้งบริษัทผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์การประมวลผลด้วยบัตรเจาะรู และต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัทไอบีเอ็ม (International Business Machines Corporation) ในปี ค.ศ. 1924 


   
MARK 1
   
เครื่องเจาะบัตรของ Herman Hollerith
......ค.ศ.1937 : โฮเวิร์ด เอช ไอเคน (Professor Howard H. Aiken) ศาสตราจารย์ทางคณิตศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard) เป็นผู้ออกแบบและสร้างเครื่องคำนวณตามหลักการของแบบเบจได้สำเร็จ โดยนำเอาแนวคิดของ Jacquard และ Hollerith มาใช้ในการสร้างและได้รับการสนับสนุนจากวิศวกรของบริษัทไอบีเอ็ม สร้างสำเร็จในปี ค.ศ. 1943 ในชื่อว่า Automatic Sequence Controlled Calculator (ASCC) หรือเรียกกันโดยทั่วไปว่า MARK I Computer นับเป็นเครื่องคำนวณเครื่องแรกของโลกที่ทำงานโดยอัตโนมัติทั้งเครื่อง จัดเป็น Digital Computer และเป็นเครื่องที่ทำงานแบบElectromechanical คือเป็นแบบ กึ่งไฟฟ้ากึ่งจักรกล
......การส่งคำสั่งและข้อมูลเข้าไปในเครื่อง ใช้เทปกระดาษเจาะรู เครื่องมีขนาดใหญ่มาก ประกอบด้วยชิ้นส่วนต่าง ๆ ประมาณ 7 แสนชิ้น ใช้สายไฟยาวกว่า 500 ไมล์ ความยาวเครื่อง 55 ฟุต สูง 8 ฟุต กว้าง 3.5 ฟุต ใช้เวลาในการบวกหรือลบประมาณ 1/3 วินาที การคูณ 5 วินาที การหาร 16 วินาที นับว่าช้ามากถ้าเทียบกับปัจจุบัน เครื่อง MARK I ถูกนำมาใช้ทำงานตลอดวันตลอดคืนนานถึง 15 ปีเต็ม MARK I ยังไม่ใช่เครื่องคอมพิวเตอร์ตามแนวความคิดในปัจจุบันอย่างแท้จริง เป็นเพียงเครื่องคิดเลขไฟฟ้าขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจในขณะนั้น
......ค.ศ. 1943 : เจ เพรสเปอร์ เอ็คเคิร์ท (J. Presper Eckert) นักวิศวกรและ จอห์น มอชลี (John Mauchly) ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย ได้ช่วยกันสร้างเครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้หลอดสุญญากาศ (Vacuum Tube) สร้างสำเร็จในปี ค.ศ. 1946 นับเป็น เครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์เครื่องแรกของโลก เรียกว่า ENIAC (Electronic Numerical Integrator and Calculator) 

ENIAC
ใช้หลอดสุญญากาศมากกว่า 18,000 หลอด ติดตั้งในห้องขนาด 20 X 40 ฟุต ตัวเครื่องทั้งระบบหนักเกือบ 30 ตัน บวกเลขได้ 5,000 ครั้งต่อวินาที การคูณและหารทำได้เร็ว 6 ไมโคร วินาที นับว่าเร็วขึ้นมาก เมื่อเปรียบเทียบการทำงานกับ MARK I แล้ว ถ้า ENIAC ทำงาน 1 ชั่วโมง จะเท่ากับเครื่อง MARK I ทำงานประมาณ 1 สัปดาห์ แต่การสั่งงานและการควบคุมยังต้องใช้สวิตช์และแผงเสียบปลั๊กทางสายไฟ ทุกครั้งที่เครื่องทำงานจะทำให้หลอดไฟฟ้าทั้งหมดสว่างขึ้น เป็นผลให้เกิดความร้อน หลอดไฟจึงมักจะขาดบ่อย ต้องตั้งเครื่องไว้ในห้องที่มีการปรับอุณหภูมิห้องให้เพียงพอ ENIAC เริ่มใช้งานในปี ค.ศ. 1946 และใช้งานประมาณ 10 จึงเลิกใช้
......ในระหว่างนั้นเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทางการทหารสหรัฐอเมริกา ทำการวิจัยเกี่ยวกับโครงการสร้างลูกระเบิดปรมาณู ได้นำเอาเครื่อง MARK I และ ENIAC มาใช้ในโครงการนี้ด้วย แต่ต้องการเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า ค.ศ. 1945 ดร.จอห์น ฟอน นอยมานน์ (Dr.John Von Neumann) นักคณิตศาสตร์ นักตรรกวิทยา และนักฟิสิกส์ แห่งมหาวิทยาลัยปรินซ์ตัน พร้อม ร.ท.เฮอร์มาน โกลด์สไตน์ (Herman Goldstein) เจ้าหน้าที่สื่อสารกองทัพบกและอดีตศาสตราจารย์คณิตศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยมิชิแกน และ ดร.อาเธอร์ เบิร์คส สมาชิกแผนกปรัชญาของมิชิแกน ได้ร่วมมือกันสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถเก็บคำสั่งการปฏิบัติงานทั้งหมดไว้ภายในเครื่องได้ เปลี่ยนแปลงข้อมูลและเปรียบเทียบได้ และใช้ระบบตัวเลขฐานสองภายในเครื่อง ชื่อว่า EDVAC (Electronic Discrete Variable Automatic Computer) และสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1952
......ค.ศ. 1949 : หลังจากที่มอชลีและเอ็คเคิร์ท ได้ร่วมมือกันจัดตั้งบริษัทผลิตคอมพิวเตอร์ออกขาย แต่ประสบปัญหาทางการเงิน จึงขายกิจการให้กับบริษัท Speery Rand Corporation และได้ร่วมมือกันสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ UNIVAC I (Universal Automatic Computer I) สำเร็จในปี ค.ศ. 1951 โดยใช้เทปแม่เหล็กเป็นสื่อบันทึกข้อมูล นับว่าเป็นคอมพิวเตอร์สำหรับใช้งานทางธุรกิจเป็นเครื่องแรกของโลก โดยติดตั้งให้กับบริษัท General Electric Appliance ในปี ค.ศ. 1954 ต่อมาบริษัท Speery Rand Corporation เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัทยูนิแวคและยูนิซิส จนกระทั่งบริษัทไอบีเอ็ม ได้ก้าวเข้าสู่วงการคอมพิวเตอร์ และได้พัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร์จนเจริญก้าวหน้ามาตามลำดับ
http://www.chakkham.ac.th/technology/computer/web01_files/univac.jpeg
EDVAC คอมพิวเตอร์ต้นแบบเครื่องแรกของโลกUNIVAC I
......ค.ศ. 1953 : บริษัทไอบีเอ็ม สร้างเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกคือ IBM 701 และในปี ค.ศ. 1954 สร้างเครื่อง IBM 650 และเป็นแบบที่ใช้กันแพร่หลายในระยะ 5 ปีต่อมา เป็นเครื่องที่ใช้หลอดสุญญากาศ ต่อมาปรับปรุงดัดแปลงมาใช้วงแหวนแม่เหล็ก (Magnetic Core) เป็นวงแหวนเล็ก ๆ โดยจัดวางชิดกันเป็นแผ่นคล้ายรังผึ้ง เวลาเครื่องทำงาน ความร้อนจึงไม่สูง และเมื่อมีการนำทรานซิสเตอร์มาใช้แทนหลอดสุญญากาศ ทำให้สามารถลดขนาดเครื่องลงได้มาก ความร้อนลดลง ไม่เปลืองเนื้อที่ภายในเครื่อง ต้นปี ค.ศ. 1964 บริษัทไอบีเอ็ม สร้างเครื่อง IBM System 360 ใช้หลักไมโครอิเล็กทรอนิกส์ มีความในการทำงานสูงขึ้น ขนาดของเครื่องเล็กลง และมีระบบหน่วยความจำที่ดีกว่าเดิม
......คอมพิวเตอร์ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากหลาย ๆ กลุ่ม เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า วิทยาการที่นำสมัย ทำให้คอมพิวเตอร์เป็นที่ต้องการมากขึ้น การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้มากขึ้น คอมพิวเตอร์ในปัจจุบันจึงมีประสิทธิภาพสูง ขนาดของเครื่องเล็กลง ราคาถูก เป็นที่นิยมใช้กันทั่วไป และในอนาคตคาดว่า คอมพิวเตอร์ จะกลายเป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นในการใช้งานเช่นเดียวกับเครื่องไฟฟ้าในบ้านประเภทอื่น ๆ  

ขั้นตอนการติดตั้ง Ubuntu Server 10.04


ขั้นตอนการติดตั้ง Ubuntu Server 10.04 จะต้องทำการเตรียม แผ่น CD Ubuntu Server ก่อนDownload เมื่อทำการใส่แผ่นซีดีเข้าไปแล้วทำการ Boot CD จะได้หน้าต่างแบบนี้
เลือกภาษาที่ใช้ในการติดตั้ง เลือก English แล้วกด Enter จะเจอหน้าต่างการติดตั้ง

ในที่นี้ให้เลือก Install Ubuntu Server กด Enter เพื่อทำการติดตั้ง

เลือก English แล้วกด Enter
แล้วทำการเลือกที่ Other แล้วกด Enter
แล้วเลือก Asia แล้วกด Enter
เลือก Thailand แล้วกด Enter
กด No เพื่อเป็นการตั้งค่า KeyBoard เอง แล้วกด Enter
เลือก USA แล้วกด Enter
เลือก USA แล้วกด Enter
ระบบจะทำการ Detect Hardware รอสักครู่
ใส่ชื่อ Hostname จะตั้งเป็นอะไรก็ได้ แล้วกด Enter
รอสักครู่แล้วจะเจอกับหน้าต่าง
แล้วเลือก Yes แล้วกด Enter
เลือก Guided – use entire disk จะเป็นการแบ่ง Partition Hard Disk ตามที่ระบบแนะนำ แล้วกดEnter

ระบบจะแจ้งให้ทราบถึง Hard Disk ภายในเครื่อง กด Enter ผ่านไป
ให้เลือก Yes เพื่อให้ระบบแบ่ง Partition ให้เราอัตโนมัติ
รอสักครู่ระบบกำลังแบ่ง Partition และ Format HardDisk
ใส่ชื่อของ User แล้วกด Enter
ใส่ Username ที่ใช้ในการ Login แล้วกด Enter
ใส่ Password ที่จะใช้ในการ Login
กรอกรหัสผ่านอีกครั้ง แล้วกด Enter
ระบบจะถามให้ตั้งค่าความปลอดภัยให้กับ Home Directory หรือไม่ เลือก No แล้วกด Enter
กด Enter ผ่านไปได้เลย
เลือก No automatic updates แล้วกด Enter
ในที่นี้ผมได้เลือกใช้งานแต่ OpenSSH server ตัวเดียวเพื่อใช้งานการ telnet
รอการติดตั้ง softwareสักครู่
เลือก Yes แล้วทำการกด Enter รอสักครู่
ระบบจะแจ้งว่าทำการติดตั้งเสร็จแล้วให้เราเอาแผ่นซีดีออกจากเครื่อง จากนั้นเครื่องจะทำการ Restartเครื่องเอง
เท่านี้การติดตั้งก็เสร็จสมบูรณ์แล้วไปกันต่อเลยกับการติดตั้ง Webserver